ภาษาไทย

|

中文(台灣)

|

English

ซอสถั่วดำ สูตรไต้หวัน ศาสตร์ความอร่อยกว่าร้อยปี รายแรกของไทย

รู้จักเรา | 关于我们


เจ้าอาหารเจ “ไท่อี้” บุกตลาดซีอิ๊วเจ เปิดตัว “ซีอิ๊วถั่วดำ” เจ้าแรกในไทย


เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารเจทั้งอาหารเจแช่แข็ง อาหารเจสำเร็จรูป อาหารเจพร้อมปรุง อาหารเจแบบปรุงสำเร็จ ในนามบริษัทไท่อี้ อาหารเพื่อสุขภาพ จำกัดที่ขึ้นชื่อมานานกว่า 10 ปี จนมั่นใจว่าโอกาสของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับอาหารเจหรือผู้บริโภคเจยังมีช่องทางใหม่ๆ ที่คู่แข่งยังเจาะเข้าไม่ถึง โดยเฉพาะผู้ที่เป็น “คอ” อาหารเจจริงๆ ล่าสุดไท่อี้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเจ้าตลาดอาหารเจครบวงจรหันมาจับตลาดซีอิ๊วเจ ประเดิมด้วยการเปิดตัว “ซีอิ๊วถั่วดำตรา 2 พี่น้อง” เจ้าแรกในไทยสำหรับกลุ่มคนรักสุขภาพเละผู้บริโภคอาหารเจ มังสวิรัติ พร้อมก่อตั้งบริษัทเจริญทรัพย์วังน้ำเขียว จำกัด ในเครือดูแลด้านการผลิดและการตลาด ภายใต้การบริหารของ “จรัสฤทธิ์ สุขกาย” กรรมการผู้จัดการ เล็งเจาะกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมี่ยม ชิงมาร์เก็ตแชร์ผลิตภัณฑ์ซอสปรุงรสกลุ่มนีชมาร์เก็ตทั้งยังมองไกลไปถึงการเป็นเจ้าตลาดซีอิ๊วเจของไทยอีกด้วย

“ซีอิ๊วดำเจ” เพื่อคอเจ- คนรักสุขภาพ


จรัสฤทธิ์ สุขกาย กรรมการผู้จัดการบริษัท เจริญทรัพย์ วังน้ำเขียว จำกัด เปิดเผยถึงที่มาของการแตกไลน์จากการผลิตอาหารเจมาเป็นผลิตภัณฑ์ปรุงรสว่า บริษัทมีประสบการณ์ในการผลิตอาหารเจมานาน และพบว่าลูกค้าส่วนหนึ่งเรียกร้องอยากจะให้มีเครื่องปรุงรสด้วย โดยเฉพาะซีอิ๊วซึ่งเป็นหัวใจของอาหารเจ เนื่องจากซีอิ๊วที่มีขายตามท้องตลาดส่วนใหญ่กลิ่นจะไม่หอม รสชาติไม่กลมกล่อม เมื่อมาปรุงอาหารทำให้รสชาติอาหารไม่อร่อย ซึ่งซีอิ๊วเจที่ดีต้องหอม กลมกล่อม สามารถดึงรสชาติของอาหารออกมาได้ ที่สำคัญคือเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ หันมากินอาหารเจหรืออาหารมังสวิรัติ ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับอาหารเพื่อสุขภาพเหล่านี้นอกจากรสชาติดีแล้ว จะต้องมีกระบวนการผลิตที่สะอาด ปลอดภัย ปราศจากสารเคมีหรือสารตกค้างที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ จึงเป็นแนวคิดและที่มาของการผลิตเครื่องปรุงรสสำหรับอาหารเจที่มีคุณภาพสูงและมีรสชาติดี ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัยปราศจากสารเคมีเจือปน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคเจและกลุ่มคนรักสุขภาพ

ชูจุดขาย ซีอิ๊ว (ทำจาก) ถั่วดำเจ้าแรก


สำหรับแนวทางการตลาดผลิตภัณฑ์ซีอิ๊วถั่วดำของเจริญทรัพยฯ “นายจรัสฤทธิ์” เผยว่า ที่ผ่านมาผู้บริโภคจะรู้จักและคุ้นเคยกับซีอิ๊วที่ทำจากถั่วเหลือง และซีอิ๊วดำยี่ห้อต่างๆ ที่จำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไปเป็นซีอิ๊วดำที่ทำจากถั่วเหลืองเนื่องจากวัตถุดิบหาง่าย ส่วนซีอิ๊วที่ทำจากถั่วดำมีกรรมวิธีและกระบวนการผลิตที่ยุ่งยากและใช้เวลาหมักถึง 6 เดือนถึงจะได้ซีอิ๊วถั่วดำที่ให้กลิ่นหอมและรสชาติดี ในขณะที่ซีอิ๊วถั่วเหลืองทั่วไปใช้เวลา 3 เดือน ทั้งต้นทุนด้านวัตถุดิบมีมูลค่าสูงกว่าถั่วเหลือง ทำให้ราคาแพงกว่าซีอิ๊วที่ทำจากถั่วเหลือง จึงไม่นิยมใช้ตามร้านอาหารทั่วไปที่ต้องใช้ซีอิ๊วปรุงอาหารในปริมาณมากๆ ส่วนใหญ่นิยมบริโภคซีอิ๊วถั่วดำเพราะคุณภาพดีกว่าซีอิ๊วถั่วเหลืองทั้งในด้านของกลิ่นและรสชาติ

“เราใช้เวลาศึกษากว่า 5 ปีกว่าจะได้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ออกมา เริ่มจากการติดต่อกับเจ้าของสูตรซีอิ๊วถั่วดำจากไต้หวันซึ่งเป็นเจ้าของสูตรซีอิ๊วถั่วดำที่เก่าแก่ มีประสบการณ์ในการทำซีอิ๊วถั่วดำมากกว่า 100 ปี ศึกษาตั้งแต่การเพาะเชื้อ วิธีการทำ การปรุง ไปจนถึงเรื่องของอุปกรณ์เครื่องจักร โอ่ง กระด้งที่ใช้ในการเพาะเชื้อ ซึ่งเจ้าของสูตรเขาเข้มงวดในทุกขั้นตอนของการผลิต ทุกอย่างต้องเป็นไปตามสูตรของเขา ยกเว้นดินและสภาพอากาศซึ่งเราได้เปรียบกว่า เพราะน้ำกับอากาศของเราเหมาะสมกว่า ซึ่งเราใช้น้ำบาดาลเจาะลึกลงไปในชั้นดินที่ดีที่สุด บวกกับสภาพอากาศที่ร้อนชื้นแบบบ้านเราทำให้ได้ซีอิ๊วถั่วดำที่หอมและรสชาติดี ที่สำคัญระยะเวลาในการหมัก จะต้องหมักนาน 6 เดือน ถึงจะได้กลิ่นหอมและรสชาติดี ถามว่าต้องนานถึง 6 เดือน น้อยกว่านี้ได้ไหม อย่างซีอิ๊วถั่วเหลืองใช้เวลาแค่ 3 เดือน แต่งสีแต่งกลิ่นก็ใช้ได้แล้ว แต่เราไม่ทำ เราต้องการทำซีอิ๊วถั่วดำสูตรต้นตำรับที่ใช้วิธีธรรมชาติทั้งหมดคือ ไม่ใช้สารแต่งรส แต่งสี แต่งกลิ่น แม้แต่สารกันบูด เพราะเราไม่ได้มองแค่รสชาติอร่อยอย่างเดียวเพื่อสุขภาพที่ดีของผู้บริโภคด้วย”

นอกจากกระบวนการผลิตที่พิถีพิถัน สะอาดปลอดภัยเพื่อให้ได้ซีอิ๊วถั่วดำสูตรต้นตำรับของไต้หวันอย่างแท้จริงแล้ว ยังได้เลือกสรรวัตถุดิบคือถั่วดำที่มีโปรตีนสูง ซึ่งส่วนใหญ่จะนำเข้าประเทศจีน แต่กลิ่นจะไม่หอม และก็มีส่วนหนึ่งนำเข้าจากประเทศจีนและของไทยซึ่งให้กลิ่นหอมกว่าของจีนแต่โปรตีนต่ำกว่า ต้องนำผสมให้ได้มาตรฐานตามที่เรากำหนด แต่ตอนนี้เราร่วมมือกับสถาบันวิจัยด้านการเกษตรของมหาวิทยาลัยแม่โจ้และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเพื่อศึกษาวิจัยและหาแหล่งปลูกถั่วดำในแถบภาคเหนือซึ่งสภาพดินเหมาะกับการทำไร่ถั่วดำ ทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาในเรื่องของมาตรฐานด้านวัตถุดิบและเพื่อรองรับกระบวนการผลิตเต็มรูปแบบในอนาคต นายจรัสฤทธิ์กล่าว

มุ่งเป้ากลุ่มพรีเมี่ยม ภัตตาคาร โรงแรมชั้นนำ


นายจรัสฤทธิ์กล่าวถึงแผนการตลาดซีอิ๊วถั่วดำตรา 2 พี่น้องว่า ขณะนี้ได้มีการผลิตและนำไปให้ภัตตาคารอาหารจีนทดลองใช้ ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ส่วนใหญ่ชื่นชอบในรสชาติที่กลมกล่อม ไม่รสจัดจนเกินไป และเหมาะกับการปรุงรสอาหารทุกประเภท ทั้งผัด ทอด ต้ม หมัก หรือรับประทานเป็นน้ำจิ้ม รสชาติไม่เค็มหรือหวานจัดจนเกินไป กลิ่นหอมรสกลมกล่อม สามารถดึงรสชาติหลักของอาหารออกมาได้ ที่สำคัญใช้วัตถุดิบและกระบวนการผลิตด้วยวิธีธรรมชาติ และได้มาตรฐานด้านความปลอดภัย HACCP จึงมั่นใจได้ในเรื่องของความปลอดภัย ส่วนเป้าหมายลูกค้าจะเน้นลูกค้าระดับพรีเมี่ยม ซึ่งเป็นกลุ่มคนรักสุขภาพ กลุ่มเจ และมังสวิรัติ รวมถึงภัตตาคาร ร้านอาหารและโรงแรมชั้นนำคาดว่าหลังจากที่มีการวางตลาดอย่างเป็นทางการน่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี แม้ว่าราคาจะแพงกว่าซีอิ๊วเจ้าอื่นในตลาดแต่เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ใส่ใจสุขภาพ

“ด้านการขาย เบื้องต้นคือใช้ระบบไดเร็กเซลล์ เข้าถึงลูกค้าโดยตรง โดยพนักงานขายของเราจะนำสินค้าไปแนะนำให้ร้านอาหารและภัตตาคารต่างๆ ทดลองใช้ พอใช้ก็สั่งสินค้าของเราไปใช้ ส่วนลูกค้าทั่วไปที่สนใจจะสั่งซื้อสินค้าไปจำหน่ายสามารถโทร.ติดต่อสั่งซื้อโดยตรงได้ที่บริษัทฯ” กรรมการผู้จัดการบริษัทเจริญทรัพย์วังน้ำเขียว จำกัด กล่าวในตอนท้าย